เปิดปริศนา "กลิ่นหนังสือเก่า" มนต์เสน่ห์ของกาลเวลาที่มีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์

เปิดปริศนา "กลิ่นหนังสือเก่า" มนต์เสน่ห์ของกาลเวลาที่มีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์

เปิดปริศนา "กลิ่นหนังสือเก่า" มนต์เสน่ห์ของกาลเวลาที่มีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ไขคำตอบทางวิทยาศาสตร์! กลิ่นวานิลาจากหนังสือเก่าเกิดจากอะไร บอกอายุหนังสือได้จริงหรือ?

เคยไหม? เวลาเดินเข้าไปในห้องสมุดเก่าหรือร้านหนังสือมือสอง แล้วได้กลิ่นหอมหวานจางๆ ที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย หลายคนบอกว่ามันเหมือนกลิ่นวานิลาผสมอัลมอนด์ หรือกลิ่นน้ำตาลไหม้จางๆ ความหอมนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือ "เสียงกระซิบจากกาลเวลา" ที่อธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์

"ลิกนิน" จุดเริ่มต้นของกลิ่นแห่งความทรงจำ

กระดาษทำมาจากไม้ ซึ่งมีส่วนประกอบของ ลิกนิน (Lignin) เมื่อเวลาผ่านไป ลิกนินจะทำปฏิกิริยากับออกซิเจนจนสลายตัว และปล่อยสารระเหยที่ชื่อว่า "วานิลลิน" (Vanillin) ออกมา ซึ่งเป็นสารตัวเดียวกับที่ให้กลิ่นในฝักวานิลานั่นเอง!

กลิ่นที่บอกสภาพของหนังสือ

เมื่อกระดาษเก่าสลายตัว มันจะสร้างสารเคมีหลายชนิดที่มีกลิ่นเฉพาะตัว:

  • Vanillin: สารตัวเดียวกับที่พบในฝักวานิลา ซึ่งให้กลิ่นหอมหวาน

  • Benzaldehyde: ให้กลิ่นคล้ายอัลมอนด์

  • Ethylbenzene & Toluene: ให้กลิ่นหอมหวานแบบจางๆ

  • Furfurals: ให้กลิ่นคล้ายขนมปังปิ้งหรือน้ำตาลไหม้

ทำไมหนังสือรุ่นใหม่ถึง "ไม่หอม" เท่า?

เพราะกระบวนการผลิตกระดาษในปัจจุบันมีการกำจัดลิกนินออกไปเพื่อไม่ให้กระดาษเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเร็วเหมือนหนังสือพิมพ์ ผลที่ได้คือกระดาษขาวนานขึ้น แต่กลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ก็จางหายไปด้วย

กลิ่นหนังสือบอกอายุได้!

นักวิทยาศาสตร์สามารถใช้ "การดมกลิ่น" หรือการวิเคราะห์สารระเหยเหล่านี้เพื่อประเมินอายุและสภาพความเสื่อมโทรมของหนังสือโบราณได้โดยไม่ต้องทำลายตัวกระดาษเลยครับ

  • กระดาษสมัยใหม่: มักจะไม่มีกลิ่นนี้ เพราะกระบวนการผลิตปัจจุบันมีการกำจัดลิกนินออกไปเพื่อป้องกันไม่ให้กระดาษเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและกรอบหักง่าย

  • กระดาษหนังสือพิมพ์: มีลิกนินสูงมาก นั่นคือเหตุผลว่าทำไมหนังสือพิมพ์เก่าถึงเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเร็วและมีกลิ่นแรงกว่าหนังสือปกแข็งราคาแพง

สรุปคือ: ยิ่งหนังสือเก่า กระดาษยิ่งสลายตัว กลิ่นวานิลาก็ยิ่งชัดเจนขึ้นนั่นเอง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล